แบบบ้านบนดาดฟ้า บ้านบนยอดตึก ตอนที่ 3 (ปลูกหญ้าบนดาดฟ้า)

แบบบ้านบนดาดฟ้า บ้านบนยอดตึก ตอนที่ 3  (ปลูกหญ้าบนดาดฟ้า)

การนำสวนขึ้นไว้บนดาดฟ้า  เป็นความประสงค์หลักที่ต้องมีสีเขียวเกิดขึ้นทดแทนสีปูน(ไม่ใช่หิน กรวด ทราย แบบสวนญี่ปุ่น)  ผมมีทางเลือกสองแนวทางคือการใช้หญ้าจริงและหญ้าเทียม  หญ้าจริงมีข้อดีคือสวนได้สมจริง  ข้อเสียคือการดูแลหลังการปลูกที่ต้องอาศัยความชื้นให้หญ้าอยู่รอดเป็นการดูแลที่ต้องใช้งบประมาณเช่นการใช้หยดน้ำบำรุงความชื้นของดิน  การตัดแต่ง  การระบายน้ำช่วงฝนตกหนักอาจเกิดล้างหน้าดินให้รากหญ้าลอย  เป็นต้น  ชนิดหญ้าจริงไม่ระบุนะครับเลือกกันตามท้องถิ่นหรือความชอบ  ส่วนหญ้าเทียมมีข้อเสียคือขาดความเป็นธรรมชาติ  แข็งกระด้างหลังจากมีการเผาจากแดด  และเกิดไฟฟ้าสถิต(บางชนิดที่มีการผลิตที่ลดไฟฟ้าสถิตได้แล้ว ถามเรื่องนี้กับผู้จำหน่ายให้หนักเลย ประเภทผลิตจากพลาสติกเส้นหญ้าเสียดสีกันไฟลุกเลยก็มี  อันตรายไฟไหม้ได้ครับศึกษาแล้วต้องบอกว่าหนาวๆ)  ข้อดีคือการดูแลเพียงแค่ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน

ในกรณีที่ผมทำแบบเราตัดสินใจใช้หญ้าจริงเพื่อเข้ากับต้นไม้จริง น้ำจริง  โครงสร้างบนคอนกรีตรับน้ำหนักได้และเพิ่มการวางทับลงไปเท่านั้นเอง  ผมนำการปลูกแบบต่างประเทศมาศึกษาดังภาพด้านล่าง  มีการทำได้สองกรณี คือแบบปลูกโดยสร้างธรรมชาติของชั้นผิวดินและการระบายน้ำ

อ่านและแปลนะครับ  ในภาพนี้เป็นการทำกรีนรูฟที่สมบูรณ์แบบตามลักษณะงานแบบเมืองหนาว มีชั้นแผ่นป้องกันหลังคาค่อนข้างเยอะ  มีค่าใช้จ่ายสูง ศึกษาการทำแล้วตกอยู่ราวๆ 2,000-3000 บาทต่อ ตารางเมตร

แบบที่สองนี้เป็นกรีนรูฟ (GREEN ROOF)ที่ประหยัดขึ้นมาเยอะจึงขออธิบายงานแบบนี้ยาวหน่อย  ซึ่งมีโอกาสนำไปใช้กันมากกว่า  เป็นแบบวางตะแกรงรังไข่แบบพลาสติกระบายน้ำลงรูฟแดรนของดาดฟ้าเดิมได้เลย  หญ้าจะปลูกในดินตามชั้นดินที่เหมาะกับชนิดหญ้า กระบะพลาสติกเจาะรูเล็กๆ(บ้านเราน่าจะมีการทำรูกันเอง)ใส่กรวดชั้นล่างสุดไม่ให้ดินไหลลงอุดรู ใส่เปลือกมะพร้าวกรองไม่ให้ดินไหลอีกชั้นก็ได้ใส่ดินตามลักษณะหญ้า  บางชนิดมีรากลึก บางชนิกรากผิวดิน(ประยุกต์ไปใช้กับกลุ่มต้นไม้เลื้อยคลุมดินได้ครับ)  แล้วนำกระบะเพาะเลี้ยงไปวางบนตะแกรงรังไข่  ปรับระนาบขอบให้สวยงาม  พอหญ้าโตขึ้นก็จะคลุมขอบพลาสติก สามารถเดินขึ้นเล่นได้ตามปกติ

ในภาพนี้จะเห็นการเพาะเลี้ยง ชำเตรียมไว้  ด้านล่างเป็นตะแกรงพลาสติกเช่นเดียวกับแบบรังไข่ แต่แบบนี้มีขอบตะแกรงนำ้ไหลไม่สะดวกจึงไม่เหมาะจะใช้  การออกแบบระดับผิวดินทดค่าไว้ 12-15 เซ็นติเมตร ตะแกรงรังไขพาสติกสูง 3-5 เซ็นติเมตร กระบะหญ้าให้หนาหน่อย 8-10 เซ็นติเมตร ถ้าเราใช้กระบะแบบขอบเอียงตามภาพอาจขึ้นเดินไม่ดีนักแต่ข้อดีคือการอาจเดินท่อน้ำในช่องระหว่างกระบะได้

ผมศึกษานานเลย แต่สุดท้ายสรุปว่าปลูกได้ไม่ยาก ในแบบที่สองนี้  บนระเบียงเล็กๆก็ทำได้ครับ การดูแลคือการหมั่นรดน้ำและทำความสะอาดช่องระบายน้ำที่พื้นอาจมีมูลดินหลุดจากกระบะออกไปได้บ้าง  เพื่อโลกนี้สีเขียว  ช่วยกันพวกเรา

จาก  สถาปนิก กมน   https://www.facebook.com/สถาปนิก-กมน-868270139906233

 

สถาปนิกมาก่อนแต่กลับหลังสุด ตอนที่ 5 (ออกแบบบ้านที่ครุใน FORM DESIGN )

สถาปนิกมาก่อนแต่กลับหลังสุด ตอนที่ 5 (ออกแบบบ้านที่ครุใน FORM DESIGN )

จากแบบร่างบ้านที่มีความเป็นไปได้เรื่องใช้สอย  สถาปนิกผ่านการเจียรไนแปลนมาหลายแบบร่างโดยใช้เวลาจากทำ fist design มาแล้วร่วมเดือนกว่าๆ  สมาชิกในครอบครัวเห็นพ้องต้องกันว่าแบบแปลนล่าสุดเหมาะกับไลท์สไตส์ของสมาชิก  เพียงอาจต้องดูความเป็นไปได้ทางรูปทรงว่าออกมาเป็นที่พอใจหรือไม่   กอปรกับการลังเลใจนิดหน่อย(อาจเยอะเลยล่ะครับ คงแกรงใจผมที่จะบอก) ระหว่างบ้านสองชั้น กับบ้านสามชั้น และการมีห้องไต้ดิน  การสเก็ตมือที่ผ่านมาเหมือนทางตันไม่เสริมในการตัดสินใจได้เลย  เจ้าของบ้านไม่สามารถมองเห็นอนาคตของแบบบ้านทรอปิคอลด้วยตัวเค้าเอง   เจ้าของบ้านคิดเรื่องความเป็นสีสันอันสวยงามหรือแตกต่างจากบ้านที่เคยเห็นเคยจินตนาการไม่ได้   เป็นเรื่อยากในตัวเจ้าของบ้านทุกคนๆละนะ  เพราะว่าผังบ้านขนาดนี้ด้วย  ซอกมุม  ข้อมูลที่ควรบรรจบกัน  มันกว้างเกินที่เจ้าของบ้านคิด( ถ้าคิดทุกอย่างจะจ้างสถาปนิกมาออกแบบทำไมละเนอ๊ะ)  ผมมองการทำงานแบบนี้ว่าเป็นทางตันหากสถาปนิกเช่นผมไม่เปิดทางเลือกหรือเสนอแนวทางต่อไปให้เดินหน้า   ผมต้องนำเสนอและเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยทุกๆเรื่องก่อนที่เจ้าของบ้านอาจลังเลใจไปถึงการคิดรื้อแปลนใหม่ได้เลย   หรือเปลี่ยนเส้นทางโฟกัสแบบอื่นเข้ามาให้สบสัน  

สื่อที่เราต้องใช้เป็นการผ่าทางออกในการนำเสนอทำได้หลายๆวิธีโดยไม่ผิดทาง และไม่เสียเวลามากนัก  และความลังเลใจนั้นต้องแก้ไขให้เกิดความราบรื่นโดยเฉียบพลัน  ไม่ให้สะสมไว้นานเสมือนท่านสถาปนิกไม่สนใจงาน  ไม่สนใจปัญญหา  ทำภาพทุกมุม  ทำโมเดลจำลอง อะไรก็ได้  จากระยะแรกที่ทำแบบร่างแปลนสถาปนิกนำเจ้าของบ้านมาเป็นคนช่วยตัดสินใจ  แต่ระยะนี้สถาปนิกเองต้องเป็นคนตัดสินใจช่วยเจ้าของบ้านอย่างเต็มที่ตามความรู้เพื่อสร้างสถาปัตยกรรมบ้านพักอาศัยให้เลิศเลอและสวยงาม (อาชีพสถาปนิก กับสถาปัตย์  มันตรงตัวอยู่ตรงนี้ล่ะ)  มุมมองการทำงานสลับกันรุกสลับกันรับ  การสร้างรูปทรงอาคารสถาปนิกเสนอโดยการใช้แม่บทจากการวิเคราะห์พื้นที่ควบคู่ พรบ.อาคาร

บ้านหลังนี้ก่อสร้างในเขตโซนสีเขียวแถบขาว  เขตครุใน  เป็นพื้นที่อนุรักษ์ไว้เพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย  ความสูงอาคารกำหนดให้ออกแบบได้สูงสุดเพียงแค่ 15 เมตร พื้นที่แถบนี้ดินอ่อนตัวมาก รับนำ้ฝนแล้วไหลลงแถบชายฝั่งอ่าวไทย  ดินอิ่มน้ำตลอดปี  ไม่สามารถซึมลงดินชั้นล่างได้เลย(ต้องออกแบบระบบระบายน้ำในที่ดิน อ่านตอนหลังๆนะครับสำคัญมากในพื้นที่ชุ่มน้ำ)  เจ้าของบ้านเองเป็นคนในพื้นที่เลยมีความต้องการให้ยกความสูงพื้นชั้นล่างให้มากสุดเท่าที่จะทำได้  ผมออกแบบโดยเกลาฟอร์มอาคารขนาดนี้แล้วจึงตัดสินใจเสนอการยกพื้นชั้นล่างสูงจากระดับถนนหน้าบ้าน 2.50 เมตร  ชั้นไต้ดินจึงไม่น่าจะขุดดินลงไปเยอะใช้วิธีการนำดินมากลบรอบพื้นที่ชั้นล่าง   ฟอร์มอาคารจึงเห็นเคร่าๆตามภาพด้านบน

ผมให้ทีมงานเร่งจำลองรูปทรง  ทุกด้านเพื่อการนำเสนอและการตัดสินใจ

มุมสำคัญต่างๆ  ก็นำเสนอเคร่าๆ ภาพไม่ชัดเจนเรื่องรายละเอียดมากนักเพียงแต่ให้ทราบลักษณะอาคารเท่านั้น  ผมก็ออกแบบปั้นงานขั้นต้นเต็มที่  ภาพที่ได้เห็นนี้มาจากหลายๆคืนที่น้องๆทีมงานช่วยกันเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกนะครับกว่าจะได้มาให้เห็นขั้นต้นว่ารูปทรงเริ่มเข้าตาล่ะนะ  ไม่เก่งขนาดจับวางครับ  จึงจบกระบวนการคิดเรื่อง FORM DESIGN แล้วเตรียมผลงานอื่นๆที่มีในเว็บรวบรวมไปเปรียบเทียบในการฟรีเซ้นด้วย …ก็พร้อมเสนอในขั้นต่อไป

สถาปนิก  กมน

 

บ้านแบบ 1.Shanklin Old Village

  • Shanklin Old Village  ในประเทศอังกฤษตั้งอยู่บน Sandown Bay Shanklin  เป็นสถานที่ท่องเที่ยว  ที่สนใจของนักท่องเที่ยวมากที่สุดในเมือง แบบบ้านเรือนเหล่านี้ส่วนหนึ่งปรับเป็นรีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร บ้านเรือนเหล่านี้มีอายุห้าสิบถึงร้อยห้าสิบปี  เป็นการใช้โครงสร้างแบบอิฐและปิดทับด้วยปูนเปียกจากมือช่างในสมัยเก่าบางส่วนจะเป็นการคัดหินมาเรียงเชื่อมด้วยซีเมนต์สมัยก่อนน่าจะเป็นยางไม้ผสมดินเหนียว  เสริมด้วยคานไม้ช่องหน้าต่างประตูใช้ท่อนไม้ขนาดใหญ่มายึดเสริมโครงสร้าง  หลังคาทำจากพืชเหมือนเส้นฟางมาทับเรียงกันเป็นชั้นๆจนแน่นน่าจะเป็นการอนุรักษ์ให้นักท่องเที่ยวชม  สีสันอาคารเหลืองชมพูเป็นการแต่งเติมตามยุคสมัยเพื่อดึงดูดความสนใจ  ส่วนอาคารยุคใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นอาคาร คสล.หน้าต่างแบบไม้ทำสีเริ่มออกแบบเป็นยูนิตอพาร์ทเม้นมากกว่าบ้านเดี่ยวแบบภาพแรกๆ ประวัติที่นี่มีมายาวนานหากสนใจหากสนใจจะท่องเที่ยวท่านหาคำค้นได้ตามชื่อด้านบนเลยครับ  ผมเห็นแล้วดึงดูดใจจริงๆ

https://www.instagram.com/p/BUXPt87FfQP/?taken-at=58919

สถาปนิกมาก่อนแต่กลับหลังสุด ตอนที่ 4 (ออกแบบบ้านที่ครุใน การวิเคราะห์รูปทรง และ FIRST DESIGN )

 สถาปนิกมาก่อนแต่กลับหลังสุด ตอนที่ 4 D.การวิเคราะห์ รูปทรงที่เหมาะสมและแบบร่าง 1 FIST DESIGN 

ผมออกแบบขั้นต้น จากการสรุปข้อมูลเป็นรูปธรรม  สู่กระบวนงานจริง ระยะเวลาที่ใช้ขั้นต้อนนี้ 2 สัปดาห์ ได้แปลนร่างในขั้นตอนที่ 1  โดยคิการออกแบบรูปทรงเป็นงานสเก็ตมือไปพร้อมๆกันเพื่อหาความสวยงาม ลงตัว

การวางแปลนบ้านขนาดใหญ่สามารถคิดจินตนาการที่หลากหลายกว่าบ้านขนาดเล็ก  ก่อนหน้านี้ผมใช้วิธีการจำลองขนาดแสงและเงา ก้อนอาคารบนการสเก็ตมือแบบหยาบ อย่างง่าย  ชิ้นแล้วชิ้นเล่าเป็นสามสิบสี่สิบแผ่นกระดาษ ก่อนจะมาเป็นแปลนที่เห็นขั้นต้นอย่างนี้  หน้าที่ของสถาปนิกออกแบบในขั้นตอนนี้คือการนำเนื้อหาความต้องการและทฤษฎีมาบรรจบเข้ากันให้ได้  แล้วจึงนำไปอธิบายให้เจ้าของบ้านทราบว่าที่ทำมาให้ดูให้เห็นนั้นคืออะไร  มีความเป็นมา และตอบสนองกลไกการทำงานของมันแบบไหนสถาปนิกต้องทำให้ถูกทางที่สุดเพื่อให้งานเดินได้ต้องมีความสามารถพอที่ชี้ชัดความเป็นไปได้จริงพร้อมๆกับความตรงใจ ตรงความชอบใจ  ก่อนหน้านี้หลายงานที่เป็นบ้านขนาดกลางๆทีมสถาปนิกของบริษัทออกแบบกันเองผมทำหน้าที่ลีดเดอร์(ไม่ได้คุยลูกค้าโดยตรง)ลูกค้าหลายท่านพลัดหลงเข้าไปในเวลาแบบร่างยาวนานมาก จนผมต้องสั่งหยุดออกแบบและแก้ไขโดยการเปลี่ยนผู้ออกแบบที่ชำนาญกว่าและจบแบบนั้นได้   ผมเองทราบดีว่าความเป็นมืออาชีพที่แตกต่างกันด้วยทักษะนั้นผลตอบรับย่อมต่างกันชัดเจนในทีมงานเราให้โอกาสกันจึงมีเรื่องแบบนั้นบ้าง  ส่วนงานขนาดนี้มันใหญ่มากสำหรับน้องๆในทีมงาน(ตอนนั้น ผมมีประสบการณ์งาน 12 ปี น้องๆราว 6-8 ปี)   ผมซักซ้อมการพูดเพื่อนำเสนอครั้งแรกเหมือนนักแสดงขณะที่ขับรถก่อนถึงที่ทำงานทุกวัน  วันละตอนสองตอน  ใช้วิธีการจำ  การจำเป็นการเล่าเรื่องที่น่าฟังและดูเป็นธรรมชาติกลมกลืนกันเป็นตัวเราเอง  ไม่ใช่การท่องให้จำ  ผมมีเหตุผลที่จะบอกในการร่างแปลนอย่างนี้มันอยู่ในหัวส่วนหนึ่ง  ส่วนหนึ่งมันแสดงออกมาเป็นกระดาษแล้ว  และผมยังมีกระดาษที่สเก็ตมืออีกปึกหนึ่งที่แสดงความเชื่อมโยงของการคิดค้นแปลนและรูปทรงแบบนี้   ผมเตรียมงานนำเสนอโดยการปริ้นลงบนกระดาษขนาด A2 แล้วเติมสีให้ดูง่ายขึ้นด้วยสีไม้

แล้ววันหนึ่งสถาปนิกแบบผมก็ได้นำเสนอแบบร่าง 1 FIST DESIGN

สถาปนิก กมน

สถาปนิกไม่โดนใจ

วิชาชีพสถาปนิก เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์  สถาปนิกท่านหนึ่งจะสันทัดในบทบาทด้านไหนย่อมรู้ในตัวตน  การรับงานการออกแบบไม่ได้พึงอยู่บนความต้องการของสถาปนิก  แต่เป็นบทบาทเพื่อการบริการเชิงสร้างสรรค์และยึดถือเป้าหมายผลงานเพื่อก่อเกิดประโยชน์แก่ผู้ว่าจ้างและสาธารณะชนทั่วไป  มีหลักการอื่นๆที่ต้องให้คำนึงถึงได้แก่ พรบ. สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ  การลงทุน  ด้านจิตใจและด้านการคมนาคม

สถาปนิกไม่มีใจ เป็นแค่เพียงคำกล่าวหาหรือไม่? หรือสถาปนิกไม่ตั้งใจ ไม่ทุมเทที่ทำงานให้ไม่ได้  ไม่บรรลุเป้าหมายคือเรื่องต่างๆดังนี้

“ถ้าดิฉันไม่พอใจผู้ออกแบบเลิกสัญญาได้มั๊ยค่ะ”  มาจากมุมมองนี้ อธิบายขยายความให้อ่านกัน

1.การบอกเลิกสัญญาจ้างทำของ(สัญญาจ้างออกแบบ)  บอกเลิกสัญญาได้  โดยการแจ้งเหตุผลให้เป็นที่ยอมรับกัน  มีการไกล่เกลี่ยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงได้  ทำเอกสารแนบใบยกเลิกการจ้างให้ชัดเจนจะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย

2.ความไม่พอใจ  ไม่โดนใจกลายมาเป็นวลีสถาปนิกไม่มีใจ(สถาปนิกอาจทำงานเต็มที่แล้วก็ได้) จากการเริ่มทำงานแล้วและเกิดเหตุตามประเด็นนี้

2.1 มาจากประเด็น  ไม่ชอบพอบุคลิคสถาปนิกผู้ออกแบบ  ในองค์กรขนาดเล็กอาจไม่มีตัวเปลี่ยน แต่องค์กรขนาด บริษัท อาร์คิเทคบีเคเค จำกัด มีสถาปนิกเกือบ 30 ท่าน สามารถเปลี่ยนตัวกันได้  แต่ในการทำงานรับบริการควรวางคนทำงานที่เหมาะสมกับงานไว้ก่อนทั้งทางด้านบุคลิค ระดับประสบการณ์  ความชอบพอสไตล์   แนะนำว่า การจ้างงานของท่านท่านควรศึกษาบุคลากรแต่ละองค์กรให้ดีก่อนตัดสินใจ(และไม่มีองค์กรไหนต้องการเปลี่ยนตัว เหมือนลงเล่นกีฬา เพราะจะมีผลต่อจิตใจเพื่อนร่วมงานด้วยกันมาก)

2.2 มาจากประเด็น ผลงานที่แสดงออกมานำเสนอและความรู้ความความสามารถของผู้ออกแบบด้อยกว่าที่คาดไว้  มีหลายท่านจ้างงานขนาดใหญ่กับจูเนียสถาปนิก เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า(ประหยัด) แต่ผลกลับกับคือค่าก่อสร้างบานปลายเหตุมาจากผลงานที่ขาดความเชี่ยวชาญ(ภาษาบ้านๆเรียกมือไม่ถึง) ญาติพี่น้อง ว่าจ้างกันเองไม่สามารถเลือกทางอื่นได้  ทั้งสองกรณีมีผลผิดพลาด  เช่นแบบไกล้เสร็จนำไปประเมินราคา ผู้รับเหมาแจ้งมาว่าแบบใช้ไม่ได้ รายละเอียดและเทคนิคไม่ตรงกับงานจริง หรือราคาเกินมากจากที่คาดไว้  เรื่องนี้เจอบ่อยมากๆในวงการก่อสร้าง  อาจมาถึงความไม่พอใจเรื่องผลงานสถาปนิกได้เช่นกัน

2.3 มาจากประเด็น  ไม่รับผิดชอบ ไม่ตรงต่อเวลา “ศิลปินเขาทำตัวแบบนี้แหละ” เป็นวลีในกลุ่มผู้ออกแบบแซวเพื่อนด้วยกัน  แต่ในทางกลับกันผู้ว่าจ้างไม่ได้ต้องการศิลปินอะไรมากมาย  ท่านๆต้องการการนัดหมายที่ตรง  การชำระค่าจ้างที่ได้รับผลตอบแทน  ต้องการแบ่งเวลาเพื่อการออกแบบของสถาปนิกอย่างจำกัด(โดยทั่วไปผู้จ้างก็มีการประกอบอาชีพอย่างอื่น) การละเลย หรือเลื่อนนัดบ่อยๆ งานล่าช้าแล้วอาจผิดสัญญาได้  ผู้ว่าจ้างย่อมทนพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้

2.4 มาจากประเด็น ไม่ตรงใจ  ไม่ตรงคลาส  เข้ากันไม่ถึง  ส่วนหนึ่งมาจากเหตุจากการเลือกการจ้างที่ผิด  ได้แก่สถาปนิกที่เพื่อนแนะนำ(ไม่ตรงเรื่องสไตล์การออกแบบ ไม่ตรงเรื่องรสนิยม)  ไม่ได้รู้จักไครมากรีบเลือกจ้างก่อนศึกษาผลงานออกแบบและก่อสร้าง  ระดับวัยประสบการณ์ที่ต่างกันกับงานที่ต้องการ   หรือจ้างผู้มีชื่อเสียง(ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานของท่านได้เสมอไป) สิ่งเหล่านี้ถ้าผิดพลาดคืองานไม่จบ  บรรลุเป้าหมายที่ท่านต้องการแน่ๆ  แนะนำ“อย่าศึกษาทางเน็ตเพียงอย่างเดียว ควรพบปะสนทนาก่อนตัดสินใจเลือกจ้าง พบตัวจริงๆที่ท่านต้องทำงานร่วมกัน”

3. ความตั้งใจ  ไม่ใช่เรื่องที่สถาปนิกจะทำงานได้จบทุกชิ้นไป  เพราะบางงานแสดงผลงานด้วยอารมณ์ก็มี  ถ้าหากเข้าในสัมผัสมโนธรรมไม่ได้  ผลงานทางสถาปัตยกรรมก็ไม่จบ  เช่นการออกแบบพิพิธภัณฑ์  อาคารทางความเชื่อ ศาสนา  ผลงานทางด้านนี้ต้องเป็นสถาปนิกเฉพาะทางเท่านั้น

ผู้เขียนเองเป็นสถาปนิกอาวุโสมีการจูรี่งานกันในสำนักงานแต่ละสัปดาห์  จะพูดถึงงานที่สถาปนิกแต่ละท่านออกแบบและจะช่วยกันศึกษาพฤติกรรมความต้องการลูกค้าให้ได้มาซึ่งผลงานอย่างแยบยล  การที่สถาปนิกอยู่ในวัยต้นๆแต่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการงานก่อสร้างในวัยกลางและปลาย มีการใช้ชีวิตที่หลากหลาย  พบเจอสัมผัสมากกว่าสถาปนิกที่ออกแบบงานให้จะทราบได้   เรื่องแบบนี้หากไม่นำความรู้ความสามารถสอดใส่ลงไปให้สถาปนิกท่านนั้น  ผลงานอาจไม่เป็นที่พอใจหรือด้อยค่าไปเลยก็ได้  องค์กรสถาปนิกที่เป็นสถาบันไปแล้วแบบ อาร์คิเทคบีเคเค จึงแข็งแรงมีผลงานให้ท่านได้เห็นกันตลอดทั้งปี

สถาปนิกมาก่อนแต่กลับหลังสุด ตอนที่ 3 (ออกแบบบ้านที่ครุใน การวิเคราะห์พื้นที่ SITE ANALYSIS )

C.การวิเคราะห์พื้นที่ SITE ANALYSIS  สถานที่ออกแบบบ้าน  ก่อสร้างแถบลุ่มอ่าวไทยห่างทะเลไม่มากนัก  ในขั้นต้นตามทฤษฎีฝนตกสาดมาตามตกเฉียงไต้นั้นจริงแต่เป็นลักษณะลมบน  ลมล่างแถบบริเวณนี้ผันผวนวกวนเพราะเป็นพื้นที่ราบปากอ่าวไทย  ผมออกแบบงานย่านพระแดงมาก่อนหน้านี้เลยทราบเพราะว่าขณะผมคุมงานสร้างบ้านนั้นฝนสาดสลับทางตลอด  ลมผวนวกวนฝนสามารถสาดแรงได้ทุกทิศทาง  รวมถึงกระแสลมด้วย  บ้านหลังนี้จึงได้จินตนาการออกแบบใหมีส่วนปกคลุมรอบๆอาคารในลักษณะดีเท่ากันหมด  คำนึงการใช้แสงและเงามากกว่าเช่นการให้เงาอาคารคลุมบริเวณส่วนสันทนาการหลักให้ได้มากที่สุด  การคิดถึงเรื่องต้นไม้ทำได้ยากหน่อยเพราะเป็นเรื่องซินแสแนะนำเจ้าของบ้าน(บางอย่างมีความเชื่อเข้ามาผลักดันสูง งานสถาปัตยกรรมในแต่ละภูมิภาคความเชื่อทำให้เกิดความต่างกันอย่างสิ้นเชิง  ทุกคนอยู่บนความเชื่อที่ซ้อนเร้นแตกต่างกัน ผมได้แค่ทำตาปริบๆได้เท่านั้นเอง)

ถึงแม้เรื่องกระแสลมจะมีความเบี่ยงแบน วกวนแต่ในงานขนาดใหญ่การเป้นอาคารย่อมมีคอนกรีต  ผืนคอนกรีตที่เยอะก็อาจมีปัญหาต่อความร้อนที่อบเอ้า  ผมจึงวางคอนเซ็บจัดวางผังออกแบบบ้านครุใน แยกอาคารให้ลมทะลุผ่านได้  กระบวนการนี้บางงานก็จะมีการตัดโมเดลจำลองดูความเป็นไปทางด้านมุมมอง  องค์ประกอบอาคารอย่างอื่นเพิ่มซึ่งผมจะเขียนในตอนต่อไป

การศึกษาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมเพื่อประโยชน์ทางสถาปัตยกรรม และมีข้อมูลส่วนหนึ่งที่ทำการศึกษาเพื่อทางวิศวกรรมควบคู่กันไปได้แก่ข้อมูลทางด้านธรณี  ข้อมูลความหนาแน่นและการรับน้ำหนักของชั้นดิน  ข้อมูลทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าขนาดสายเมนต์ที่เราต้องนำกระแสไฟฟ้ามายังตัวอาคาร ท้องที่แถวนี้ยังไม่หนาแน่นมากขนาดสายไฟฟ้ายังคงเป็นสายคู่อาต้องมีการเดินเรื่องขยายกำลังไฟฟ้ามาด้วย สุขาภิบาลการระบายน้ำเช่นกันท่อเมนต์ยังมาไม่ถึงห่างออกไปเกือบ 300 เมตรคงมีการทำเรื่องขอเช่นกัน

การศึกษาทางด้าน พรบ. เขตท้องที่ครุในเป็นเขตสีเขตลายขาวก่อสร้างอาคารสูงได้แค่ 15.00 ม.เท่านั้น

ด้านการสัญจร ถนนยางมะตอยกว้าง 8 เมตรเป็นถนนสภาพรับน้ำหนักได้น้อย  การสัญจรสะดวกมากเลยรถน้อยผมชอบการก่อสร้างไม่รบกวนไครเลย แต่ในเขตท้องที่นี้เป็นไร่สวนเดิมมาก่อนมีคลองเล็กๆทุกๆ 500 เมตร สะพานข้ามคลองห้ามรถบันทุกเกิน 30 ตันผ่าน  อุปสรรคสำหรับการก่อสร้างมีแน่นอนเพราะว่าการขนย้ายเสาเข้ม เครน ปั่นจั่น หรือรถส่งปูนขนาดเกินทั้งสิ้น

ในอดีตผมเคยทำงานคลุกคลีกับการสำรวจงานแบบนี้ที่เทศบาลหาดใหญ่ทำออกแบบตกแต่งริมคลอง  และการปรับปรุงภูมิทัศน์การย้ายท่อ ย้ายไฟ  มีพี่วิศวกรเรื่องน้ำ เรื่องก่อสร้างเป็นพี่เลี้ยงผมจึงเข้าใจเจตนาการวิเคราะห์เชิงความเป็นไปได้ทางด้านวิศวกรรมนี้ติดตัวมาพอสมควร  เมื่อนำมาประกอบกับกิจกรรมการออกแบบนี้แล้วผมวิเคราะห์ชัดส่งผลดีให้กับการก่อสร้างได้ผลดีที่บ้านหลังนี้หลายเรื่อง  บางเรื่องเล่นเอาวิศวกรควบคุมที่เจ้าของงานจัดมาตรวจสอบเซไปเลย  แต่จะเล่าให้ฟังตอนหลังๆช่วงการก่อสร้างครับ  สถาปนิกไม่ใช่มีบทบาทแค่เพื่อเส้นทางออกแบบแต่สถาปนิกมาก่อนยึดความเชื่อมั่นมัดใจเจ้าของบ้านได้ก่อนสามารถนำเส้นทางการสร้างงานจริงได้ถูกทางและบรรลุเป้าหมายได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการสั่งสมประสบการณ์ล้วนๆ  การโตในวิชาชีพสถาปนิกนั้นไม่ใช่ธุระกิจค้าขายรวยเพียงข้ามคืน หรือเก่งเพียงข้ามวันย่อมเป็นไปได้ยาก  คงเป็นไปตามขั้นตามลำดับออกแบบได้สวยและดีนั้นคนนั้นคือไคร…ทิ้งไว้ให้คิดเมื่อท่านต้องการงานออกแบบจะเลือกสถาปนิกระดับไหน

สถาปนิก กมน

 

สถาปนิกมาก่อนแต่กลับหลังสุด ตอนที่ 2 (ออกแบบบ้านที่ครุใน ขั้นวิเคราะห์)

หลังได้รับข้อมูลความต้องการแล้ว การคิดไอเดียออกแบบบ้านเริ่มขึ้น  โดยมีขั้นตอนคือ

A.กระบวนการวิเคราะห์การจัดสรรงบประมาณ มีโจทย์งบ xx ล้านบาท แบ่งสรรทำอะไรบ้างในขั้นต้นเชิงเปรียบเทียบจากลักษณะการก่อสร้างในแบบเดิมเทียบสถิติ  ได้แก่เรื่อง ขนาดตัวบ้าน  โรงรถ พื้นที่สระ พื้นที่โถง พื้นที่ถนน  รั้ว และการปรับระดับดินถม  การทำงานขอมิเตอร์การเดินสายเมนต์ไฟฟ้า ประปา  การใช้เครื่องจักรเครื่องทุ่นแรง เทียบมาเป็นเงินงบประมาณ  เป็นเพียงขั้นต้นเพื่อกำหนดขนาดให้ได้ไกล้เคียงกับการเกิดแบบในอนาคตนั่นเอง ความสำคัญ  งบประมาณก่อสร้างเป็นตัวชี้วัดว่าการออกแบบให้ได้ผลคุ้มค่ากับเงินลงทุนแค่ไหนและตรงโจทย์แค่ไหน  ส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ตรงของสถาปนิกที่จะนำทางไปด้วย  โดยนำค่าเปรียบเทียบที่สมจริงได้และรวบรวมงบได้ครบทุกชนิดงานที่ต้องทำจริง  ในวัยแรกๆทำงานของผม สัก 1-3 ปีไม่เคยมองเรื่องการวิเคราะห์แบบนี้เพราะผมไม่เคยสัมผัสงานก่อสร้างจริง  มีหลายงานในสมัยนั้นเจ้าของงานผิดหวังจากตัวผมจ่ายค่าแบบและไม่ได้สร้างเพราะเราไม่รู้ถึงการ  แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นญาติๆกัน  ต่อมาเริ่มมารับเหมางาน ปีที่ 4 และ 5 การพลาดเพียงรายการเดียวจากการประเมินทำให้ผมเข้าเนื้อ ผมเริ่มหันมาทบทวนกระบวนการแบบนี้ มองในแง่ภาพลักษณท่านอื่นเปรียบเทียบ  พบว่าหลักทางการเงิน งบประมาณ และการธุระกิจนั้นสถาปนิกนั้นพลาดพลั้งได้ง่ายเพียงสนองจินตนาการและความต้องการสวยงามนั่นเอง  ที่ผมตื่นตัวเรื่องนี้ขึ้นมาได้นั้นเพราะผมเองเข้าไปสู่การลงทุนเอง  ปัจจุบันในการอกแบบงานบ้านแต่ละหลังเพื่อให้งานออกแบบบ้านในบริษัทไม่ผิดเป้าหมายทางงบประมาณ  ลูกค้าสร้างบ้านไม่ผิดเป้าหมายการลงทุนทรัพย์  ผมเองจัดให้น้องๆจูรี่แบบและการประเมินขั้นต้นให้ฟังก่อนเริ่มงาน และใช้การประชุมรอบสัปดาห์สอบถามการทำงบในทุกๆหลังของโครงการ เพื่อน้องๆสถาปนิกจะนำทางลูกค้าได้ถูกทาง

B.กระบวนการวิเคราะห์  ทางด้านใช้สอย เช่นการกำหนดขนาดห้อง พื้นที่ต่าง  USER ในแต่ละงานแต่ละโครงการนั้นแตกต่างกันเสมอ บ้านหลังนี้ พ่อ แม่ สามี ภรรยาเจ้าของบ้าน ลูกสองคน แม่บ้าน 2 คน และญาติที่มาบ่อยๆตามเทศกาลต่างๆ กิจกรรมการสอนพิเศษ กิจกรรมปฏิบัติธรรมในครอบครัวเครือญาติ  การซ้อมดนตรี  และสันทนาการเกี่ยวกับสังคมการงาน  จากวัตถุประสงค์ที่ให้มา  เมื่อผมตารางขึ้นมาแต่ละส่วนรวมกันบ้านหลังนี้มีพื้นที่การใช้สอยร่วม 3000 ตารางเมตร  การวิเคราะห์การใช้สอยส่วนหนึ่งต้องเรียนรู้จากพฤติกรรมของสมาชิกในครอบครัว  ขั้นตอนดึงข้อมูลนี้เข้ามาในหัวสมองอันน้อยนิดของผม  คือการพูดคุยโทรศัพท์เป็นร้อยนาทีและหลายๆครั้ง ส่งเมล์บ้าง(สมัยนั้นไลน์ไม่ค่อยนิยม) จนบางครั้งผมคิดว่าเจ้าของบ้านแต่ละหลังเหมือนพี่สาวเรา พี่ชายเรา เพื่อจับใจความ เจาะประเด็นว่าชอบ เกลียด รัก นิยม รสชาติ สี อารมณ์ ต้องบอกว่าอยากเข้าใจกันลึกเลย เพื่อผมตอบมันลงไปในงานได้  งานออกแบบบ้านก็จะจบเร็ว  และหลายครั้งหลายท่านจากมุมมองเจ้าของบ้านหันมาบอกเราในบางโอกาสด้วยเสมือนว่าเข้าใจว่าสถาปนิกแบบผมเป็นคนยังไงเช่นกันตรงนี้น่าทึ่งมาก  ว่าการทำงานเพื่อศึกษา user กลับ user ศึกษาเราด้วย  สนิทกันมาก  โดยเฉพาะหลังนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่ประทับใจทั้งสองฝ่ายระหว่างเส้นทางออกแบบ…เรื่องนี้น้องสถาปนิกเอาไปคิดด้วยนะครับการปฏิสัมพันธ์มีประโยชน์ต่อการทำงาน(สถาปนิกชอบพูดว่าอินจังงานนี้  หรือกำลังอิน หากได้ยินคำนี้จากปากไครแล้ว  ผมว่าใช่)

ในประเด็นดังกล่าวจึงใช้การนำเสนอ ให้เจ้าของรับทราบเพราะการศึกษารอบนี้ขั้นต้นเกินงบประมาณที่วางไว้เพื่อหาข้อสรุป  ในที่สุดสรุปพื้นที่การออกแบบบ้านที่เป็นส่วนอาคาร 1600 ตรม.ทางสัญจรร่วมและโรงรถ 200 ตรม. ถนนภายใน ประมาณ 300 ตรม.

สถาปนิก กมน

สถาปนิกมาก่อนแต่กลับหลังสุด ตอนที่ 1 (ออกแบบบ้านที่ครุใน ขั้นสำรวจพื้นที่ก่อสร้าง)

การไปดูสถานที่จริงเป็นเรื่องตื่นเต้นของสถาปนิกทุกคน  เหมือนได้ขึ้นขี่รถใหม่  ถ้าโบราณว่าได้ขึ้นม้าออกศึกมันน่าคึกคักดูเป็นฮีโร่เบื้องหน้าคือความหวัง   ทำให้ชีวิตการทำงานมันสดชื่นขึ้นเยอะเลย  ได้สัมผัสแดด  ลม ท้องฟ้าผืนดินว่างเปล่า(บางที่อาจไม่สวยงามตาเช่นนี้เป็นป่ารกก็มี) หน่วยงานของบ้านครุในเป็นที่ดินสิบกว่าไร่มีถนนดินหินโรยหน้าแบ่งกลางเพื่อใช้ประโยชน์ข้างละ 30 เมตรกว่าๆ  วันนี้ก็ไดรับโฉนดเพื่อนำมาร่างแบบด้วย

แปลงที่อยู่ในจุดแดงๆ  พื้นที่เกือบ 2 ไร่ หันหน้าแปลงที่ดินไปทางทิศเหนือ   จากการสำรวจที่ดินอย่างละเอียดที่ดินที่ใช้ออกแบบเป็นพื้นที่ถมแล้วกว่าสองปีผิวดินชั้นบนยุบแข้งตัวแล้ว  รอบๆที่ดินมีสภาพเป็นท้องร่องสวนแบบดั้งเดิมของครุใน  คือเป็นบ่อปลา  ไร่กล้วยมีดินชุ่มน้ำอยู่ทั้งปี  บริเวณนี้เป็นดินแบบนิ่มเหลวคล้ายๆป่าชายเลนที่เปลี่ยนสภาพ  ปลูกต้นไม้ได้ตามปกติดินทับถมนานจนแปรสภาพไปแล้ว  ละแวกนี้มีบ้านเรื่อนประปราย  ข้างๆที่ดินแปลงนี้ถัดไปอีก 300 เมตรเป็นเขตที่วัด  ชุมชนเพิ่งจะหนาแน่นเมื่อปีนี้ (ตอนนั้นสำรวจที่ดินแปลงนี้ ต้นปี 2555 )

ความต้องการใช้สอยของบ้านหลังนี้ เป็นบ้านขนาดใหญ่  LUXURY HOME ที่ครอบครัวเดิมของเจ้าของบ้านต้องการให้สมาชิกคนโตในครอบครัวแยกตัวจากบ้านเดิม   และที่ดินในแปลงต่างๆหน้าและข้างๆเป็นบ้านพี่น้องกันในอนาคต  หลังนี้เป็นหลังแรกจึงมีพ่อแม่ ลูก หลาน แม่บ้านมารวมอยู่ด้วย ความต้องการพื้นที่ใช้สอยและการทำกิจกรรมค่อนข้างเยอะ(เป็นเรื่อลิขสิทธิ์และความปลอดภัยของเจ้าของบ้าน  ผมไม่อาจนำแบบแปลนมาเผยแพร่ให้ผู้อ่านทราบได้) แต่เล่าเป็นรายละเอียดให้ฟังได้  ความต้องการที่จอดรถ 6 คัน ด้านนอกจัดงานสังสรรเล็กๆได้  ต้องการที่เก็บของขนาดใหญ่ เพื่อเก็บของประเภทของเก่า เฟอร์นิเจอร์เก่า ชั้นล่างต้องการสระว่ายนำ้  นอนใหญ่ 2 ห้อง ดูหนัง เล่นดนตรี ครัว ทานอาหาร เรียนพิเศษเรื่อนกึ่งรับรอง  ที่สวนทำสมาธิ และห้องแม่บ้าน  ส่วนสันทนาการอื่นๆตามความจำเป็น

ชั้นบน  นอนใหญ่ 2 ห้อง นอนเล็ก 2 ห้อง มีห้องนำ้ในตัวทั้งหมด ห้องพระ นั่งเล่นในครับครัว ระเบียง

ชั้นสาม นอนรับรองแขก 2 ห้อง นั่งเล่น และระเบียงรวม

ลักษณะอาคารเป็นแบบที่ชอบคือแบบบ้านทรอปิคอล TROPICAL

….นี่เป็นงานออกแบบที่สถาปนิกท่านอื่นมองว่าธรรมดาแค่นั้น  ตามกระบวนการ  แต่ผมเขียนเพื่อท่านทั่วไปทราบการทำงานและจัดการกับการสร้างบ้านของท่านได้เข้าใจมากขึ้นก่อนพบสถาปนิก  และจะรู้ว่าสถาปนิกมาก่อนแต่กลับทีหลังสุด  สถาปนิกเขาทำงานออกแบบ  ก่อสร้างบ้านกันอย่างไร

อ่านต่อสถาปนิกมาก่อนแต่กลับหลังสุด ตอนที่ 2 ได้พรุ่งนี้ครับ