เรื่องราว กิจกรรม ความรู้ ผลงาน
บริษัทรับออกแบบ เขียนแบบ ออกแบบตกแต่งภายใน
แต่หากออกแบบเพียงแต่นำคุณลักษณะของบ้านกล่องโมเดิร์น มาใช้เพื่อกำหนดให้รูปร่างหน้าตาดูสวยงามเท่านั้น โดยขาดการออกแบบ และวิเคราะห์บริบทของภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศไทยแล้ว อาจนำมาสู่สภาวะไม่น่าสบายของผู้อยู่อาศัย ได้แก่ ความร้อน คุณภาพของแสง การสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า และการใช้สอยพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ทั้งภายในและภายนอกให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และภูมิอากาศที่ร้อนชื้น เพื่อให้นำไปสู่สภาวะน่าสบายแก่ผู้อยู่อาศัย เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง วันนี้ทาง อาร์คิเทค บีเคเค จึงขอนำแนวความคิดในการออกแบบมาแนะนำสำหรับผู้หลงใหลในความเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์นมาฝากกัน ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ดี โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์โมเดิร์นได้อีกด้วย
♥ การจัดรูปทรง และทิศทางอาคารให้เหมาะสม
การจัดวางผัง รูปร่าง และความสูงของบ้าน ร่วมกับพื้นที่ใช้สอยทั้งภายในและภายนอกให้เหมาะสมกับทิศทางแดด ลม และฝน ย่อมช่วยให้เกิดร่มเงาสำหรับการใช้สอยพื้นที่ และลดปริมาณความร้อนที่เข้าสู่อาคาร ควรจัดวางตำแหน่งห้องในบ้านที่ใช้ในแต่ละช่วงเวลาให้สัมพันธ์กับทิศทางของแสงแดด เช่น การจัดวางพื้นที่ห้องอาหารซึ่งคนในบ้านส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันในตอนเย็น ในตำแหน่งบ้านทางด้านทิศเหนือ หรือทิศตะวันออก โดยให้ต่อเนื่องกับส่วนของระเบียงที่ได้ร่มเงาจากตัวบ้านที่ช่วยบังแสงแดด เป็นต้น
♥ สร้างร่มเงาให้กับอาคาร
หากตำแหน่งห้องภายในบ้านที่มีผนังกระจก หรือหน้าต่างบานใหญ่ถูกจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์เป็นเวลานาน ควรออกแบบโดยการสร้างร่มเงาให้กับอาคารอย่างเหมาะสม และเข้ากับสไตล์ของบ้าน เช่น การออกแบบอาคารชั้นบนให้ยื่นล้ำเพื่อให้ร่มเงาแก่ช่องหน้าต่างชั้นล่าง การใช้แผงกันสาดแบบระแนงแนวนอนเหนือช่องเปิดของบ้านกล่องที่ไม่มีชายคาทางด้านทิศใต้ การติดตั้งแผงกันแดดแนวตั้งที่ผนังหรือช่องแสงทางด้านทิศตะวันตก เป็นต้น
♥ การนำแสงธรรมชาติ และร่มเงาจากต้นไม้มาใช้อย่างเหมาะสม
การออกแบบตำแหน่งของผนังกระจก หรือหน้าต่างบานใหญ่ให้อยู่ทางด้านทิศเหนือของบ้านซึ่งไม่ได้รับแสงแดด และความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยตรง ร่วมกับการลดทอนความสว่างของแสงด้วยต้นไม้เพื่อเพิ่มร่มเงา ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดความรู้สึกสบายตาได้
♥ การระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติ
การออกแบบตำแหน่งช่องหน้าต่างที่เหมาะกับทิศทางลมประจำฤดู คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ สำหรับพื้นที่บ้านแถบชานเมือง เป็นการช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศได้ แต่หากเป็นพื้นที่ในเมืองจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเรื่องมลภาวะต่าง ๆ ของสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ด้วย
♥ การเลือกใช้วัสดุที่มีผลต่อการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร
รูปแบบของความร้อนที่เข้าสู่อาคาร ได้แก่ การสะท้อนความร้อน การพาความร้อน การนำความร้อน และการแผ่ความร้อน ดังนั้น วัสดุประกอบอาคารจึงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดความร้อนเข้าสู่อาคาร ควรเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งที่นำไปใช้ เช่น เลือกใช้วัสดุผนังก่อที่มีคุณสมบัติหน่วงความร้อน ร่วมกับพื้นผิวภายนอกที่สะท้อนความร้อนได้ในปริมาณที่เหมาะสม การติดตั้งฉนวนสะท้อนความร้อน และหน่วงความร้อนใต้หลังคา การใช้กระจกสองชั้นที่มีช่องว่างสูญญากาศป้องกันการส่งผ่านความร้อน หรือติดตั้งฟิล์มสะท้อนและป้องกันความร้อนเข้าสู่พื้นที่ภายในของกระจกด้านตะวันตก เป็นต้น
ถึงแม้ว่าเราจะจ้างสถาปนิกในการออกแบบก็ตาม แต่อย่างน้อยเราควรมีความรู้ความเข้าใจในสไตล์บ้านที่เราต้องการจะสร้าง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสถาปนิกได้อย่างเข้าใจ และยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการออกแบบบ้านสไตล์ต่างๆได้อีกมากมาย จนกลายเป็นบ้านที่สวยงามตามความต้องการ และเกิดภาวะน่าสบายในภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของไทยได้อย่างลงตัว
Architect-BKK.com บริษัท อาร์คิเทค บีเคเค จำกัด บริษัทสถาปนิก บริการให้คำปรึกษาออกแบบ เขียนแบบบ้าน บ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน บริการออกแบบตกแต่งภายใน บริษัทรับออกแบบทุกสไตล์ Modern Style Modern Luxury Tropical Style Resort Style Classic Style Thai Modern Luxury Home Contemporary Style โดยทีมงานสถาปนิก
Copyright ©2551-2569 18ปี Architect-BKK™ Company Limited.
57 ซอยรามอินทรา 65 แยก 4 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพ 10230
ออกแบบออนไลน์ | แบบบ้านทั้งหมด | แบบบ้านสองชั้น | แบบบ้านโมเดิร์น | รับสร้างบ้าน
สำนักงาน: 02-5092324 | มือถือ: 082-5514990